ชิป

"ทรัมป์" หิวแสง? สื่อวิจารณ์ยับปั่นโซเชียล เสี่ยงพังดีลนิวเคลียร์อิหร่าน

Apr 22, 2026 IDOPRESS
เมื่อการเจรจากลายเป็นการทำลายตัวเอง "ทรัมป์" กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตความเชื่อมั่นครั้งใหญ่ หลังปั่นกระแสดีลหยุดยั้งนิวเคลียร์อิหร่านจนเกินงาม นักวิเคราะห์ชี้ พฤติกรรมแข็งกร้าว ประกาศชัยชนะล่วงหน้า กำลังทำให้สหรัฐฯ เสียเปรียบในสนามการทูตที่อิสลามาบัด

เมื่อการเจรจากลายเป็นการทำลายตัวเอง "ทรัมป์" กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตความเชื่อมั่นครั้งใหญ่ หลังปั่นกระแสดีลหยุดยั้งนิวเคลียร์อิหร่านจนเกินงาม นักวิเคราะห์ชี้ พฤติกรรมแข็งกร้าว ประกาศชัยชนะล่วงหน้า กำลังทำให้สหรัฐฯ เสียเปรียบในสนามการทูตที่อิสลามาบัด เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2569 สตีเฟน คอลลินสัน นักข่าวอาวุโส CNN วิเคราะห์ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนที่อันตรายที่สุด ไม่ใช่เพียงเพราะอาวุธนิวเคลียร์หรือการปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่เป็นเพราะพฤติกรรมของ "โดนัลด์ ทรัมป์" ที่ดูเหมือนจะ "ติดกับดัก" ความหิวแสงของตัวเอง จนทำให้โอกาสในการสร้างสันติภาพที่จับต้องได้นั้นเลือนลางลงทุกขณะ

สิ่งเลวร้ายที่สุดที่คุณสามารถทำได้ในการทำดีล คือการแสดงอาการอยากได้มันจนเกินไป

ประโยคเด็ดที่ทรัมป์เขียนไว้ในหนังสือสร้างชื่อของเขาเมื่อปี 2530 "The Art of the Deal - ศิลปะแห่งการดีล" แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทรัมป์กลับทำตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เขาโพสต์ผ่านทรูธโซเชียลอย่างต่อเนื่อง อ้างว่าอิหร่านยอมตกลงในเงื่อนไขทุกอย่าง ทั้งเรื่องนิวเคลียร์และการหยุดสนับสนุนกลุ่มตัวแทน ทั้งที่ในความเป็นจริง ฝ่ายเตหะรานยังไม่ได้ขยับตัวแม้แต่นิดเดียว

การประกาศชัยชนะล่วงหน้าเช่นนี้ถูกวิเคราะห์ว่าเป็นความพยายาม "มัดมือชก" ที่ล้มเหลว และทำให้เขายิ่งดูเหมือนฝ่ายที่ "ดิ้นรน" อยากได้ดีลนี้เพื่อเรียกคะแนนนิยมมากกว่าผลประโยชน์ของชาติ

ทรัมป์เปลี่ยนสนามรบจากการทูตหลังม่านมาสู่หน้าจอมือถือ เขาเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่สั่งการผ่านโซเชียลมีเดีย ตั้งแต่การประกาศผลการโจมตีทางอากาศไปจนถึงการขู่ทำลายอารยธรรมอิหร่าน พฤติกรรมที่กลับไปกลับมา ที่เดี๋ยวขู่จะทิ้งบอมบ์ เดี๋ยวโพสต์ว่าสันติภาพเกิดขึ้นแล้ว สร้างความสับสนให้กับนานาชาติ และทำลาย "ความศักดิ์สิทธิ์" ของกระบวนการเจรจา

"ทรัมป์" หิวแสง? สื่อวิจารณ์ยับปั่นโซเชียล เสี่ยงพังดีลนิวเคลียร์อิหร่าน

หากเปรียบเทียบกับยุคประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ที่เจรจากับโซเวียต เรแกนไม่เคยปั่นกระแสผ่านสื่อทีวีรายวันก่อนการพบปะจริง แต่ทรัมป์กลับใช้การปั่นกระแสเป็นอาวุธหลัก ซึ่งอิหร่านมองออกว่าเป็นเพียง "การแสดง"

ข้อมูลวงในระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ หลายคนเริ่มแสดงความกังวลว่าทรัมป์กำลังเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของทีมเจรจา ถึงขนาดมีรายงานว่าเขาถูกกันออกจากห้องสรุปภารกิจช่วยเหลือทหารอากาศสหรัฐฯ เพราะทีมงานเกรงว่า "ความใจร้อน" ของเขาจะทำให้แผนงานพัง

ขณะที่ในฝั่งอิหร่าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ได้โพสต์ตอบโต้อย่างเผ็ดร้อนว่า ทรัมป์กำลังจินตนาการไปเองว่าโต๊ะเจรจาคือโต๊ะแห่งการยอมจำนนซึ่งเป็นสิ่งที่อิหร่านไม่มีวันยอมรับ

การเจรจาที่กรุงอิสลามาบัด ปากีสถาน จึงตกอยู่ภายใต้เมฆหมอกของความไม่แน่นอน หากทรัมป์ยังไม่หยุดพฤติกรรม "เอาดีเข้าตัว" และ "กดดันผ่านโซเชียล" เขาอาจจะสูญเสียโอกาสทองในการปิดดีลประวัติศาสตร์ที่ไม่มีประธานาธิบดีคนไหนทำได้ การทำตัวเป็น "พระเอก" ในโซเชียลมีเดียอาจได้ยอดไลก์และพื้นที่ข่าว แต่ในโลกแห่งความจริงของการทูตนิวเคลียร์ ความเงียบและกลยุทธ์ที่ลึกซึ้งต่างหากคือสิ่งที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ไม่ใช่การตะโกนป่าวประกาศก่อนที่ลายเซ็นจะปรากฏบนกระดาษ

อ่านข่าวอื่น :

ศร.ขีดเส้น 15 วัน ให้ผู้เชี่ยวชาญทำความเห็นถึงศาล กรณีบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด

ขบวนการลักขุดทอง จุดไฟ-ยิงขู่ จนท.ไฟป่าทองผาภูมิวิกฤต ลามไปเขาแหลม

กทม.เข้มจัดระเบียบ "คนไร้บ้าน" ชวนเข้า "บ้านอิ่มใจ"